menu

เที่ยวกรุงเก่า อยุธยา สืบ สาน ต่อยอด ตามรอยศาสตร์พระราชา

พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย
แก้มลิงทุ่งมะขามหย่อง
โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในหลวงรัชกาลที่ 9






ทริปเที่ยวกรุงเก่า อยุธยา เริ่มต้นกันที่ พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย ในพื้นที่แก้มลิงทุ่งมะขามหย่อง  หนึ่งในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 พื้นที่แห่งนี้ยังมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อีกด้วย

ในหลวงรัชกาลที่ 9 มีพระราชดำริให้ใช้ที่ดินทุ่งมะขามหย่องเป็นแก้มลิงรองรับน้ำที่ไหล่บ่าจากทางเหนือในฤดูน้ำหลาก และเก็บกักน้ำเพื่อให้เกษตรกรในพื้นที่ได้ใช้ประโยชน์ในช่วงฤดูแล้ง และในปี 2553 และปี 2554 เกิดอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยเฉพาะปี 2554 นั้นเป็นอุทกภัยที่ร้ายแรงที่สุดที่เกิดขึ้น โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระองค์ท่านก็ใช้เป็น “แก้มลิง” ได้เป็นอย่างดีในการช่วยบรรเทาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในครั้งนั้น และในหน้าแล้งเกษตรกรในพื้นที่ยังมีน้ำใช้เพื่อการเกษตรกรรม ทำให้วิถีชีวิตและความเป็นอยู่ดีขึ้น

 
ทุ่งมะขามหย่อง

แหล่งพักผ่อนอิงประวัติศาสตร์



นับเป็นความโชคดีของชาวไทยที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากในหลวงรัชกาลที่ 9 เพราะนอกจากทุ่งมะขามหย่องจะเป็นพื้นที่แก้มลิงในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริแล้ว บนพื้นที่กว่า 250 ไร่นี้ยังประกอบไปด้วยองค์พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัยที่มีขนาดหนึ่งเท่าครึ่งขององค์จริงประทับบนหลังช้างพระที่นั่ง มีนักรบจตุลังคบาท หรือผู้ทำหน้าที่รักษาเท้าช้างทั้ง 4 เท้า มีประติมากรรมกลุ่มชาวบ้าน ที่สื่อถึงความโศกเศร้าเสียใจขณะจับกลุ่มเฝ้ารอรับพระบรมศพสมเด็จพระสุริโยทัยกลับเข้าสู่พระนคร

นอกจากนี้ยังมีการจำลองค่ายข้าศึกและกองทัพข้าศึก 4 ทัพ ซึ่งสอดคล้องกับสภาพเดิมในประวัติศาสตร์ที่กองทัพข้าศึกเข้ามาตั้งทัพในบริเวณนี้ และต้องล่าถอยไปในฤดูน้ำหลาก มีอาคารอเนกประสงค์และสวนสาธารณะริมอ่างเก็บน้ำ ให้สามารถนั่งพักผ่อนหย่อนใจ ชมความสวยงามของธรรมชาติและสูดอากาศบริสุทธิ์ได้อย่างเต็มปอด

 

วัดนิเวศธรรมประวัติ
วัดเดียวในประเทศไทย สร้างสไตล์ยุโรป




 
นั่งกระเช้าลอยฟ้า ข้ามฟากแม่น้ำเจ้าพระยา
ชมวัดสมัยรัชกาลที่ 5 สถาปัตยกรรมกอธิค


มาเปลี่ยนบรรยากาศนั่งกระเช้าลอยฟ้า ข้ามฟากแม่น้ำเจ้าพระยาไปชมวัดไทยสไตล์ยุโรป ตั้งอยู่บนเกาะลอย กลางแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งตรงข้ามกับพระราชวังบางปะอิน


สิ่งแรกที่สะดุดตาคือโบสถ์ที่มีความแตกต่างจากโบสถ์ในพระพุทธศาสนา วัดนิเวศธรรมประวัติ แห่งนี้รัชกาลที่ 5 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเลียนแบบโบสถ์คริสต์ ใช้ศิลปะแบบกอธิค (Gothic) โดยโบสถ์เป็นอาคารมีโดมหอคอยปลายแหลมตามอย่างวิหารในสถาปัตยกรรมตะวันตก บริเวณยอดโดมมีหอนาฬิกาและระฆังชุด เหนือขึ้นไปประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ทั้งภายนอกและภายในพระอุโบสถมีความสวยงามมาก ทั้งยังมีประวัติและศิลปะที่น่าสนใจ
วัดนิเวศธรรมประวัติ เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร สังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกาย


 
ไหว้พระพุทธปฏิมา
“พระพุทธนฤมลธรรโมภาส”

พระประธานในโบสถ์

ศิลปะแบบประเพณีนิยมผสมแบบตะวันตก



สิ่งหนึ่งเมื่อมาเที่ยวชมวัดนิเวศธรรมประวัติคือการไหว้พระพุทธปฏิมานั่งสมาธิเพชร พระพุทธนฤมลธรรโมภาส ที่ประดิษฐานในพระอุโบสถ

พระพุทธนฤมลธรรโมภาส มีลักษณะงามบริสุทธิ์เป็นกะไหล่ทองทั้งองค์ เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิเพชร มีหน้าตักกว้าง 22.5 นิ้ว สูงตลอดรัศมี 36.5 นิ้ว ออกแบบโดย พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประดิษฐวรการ ซึ่งเป็นช่างหล่อพระของหลวงฝีมือดีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 โดยผสมผสานศิลปะแบบประเพณีนิยมกับศิลปะแบบตะวันตกเข้าด้วยกัน รัชกาลที่ 5 พระราชทานให้เป็นพระประธานในพระอุโบสถ

บริเวณฐานชุกชี ที่เป็นที่ประดิษฐานพระประธานมีลักษณะเหมือนที่ตั้งไม้กางเขนในโบสถ์ ช่องหน้าต่างเจาะไว้เป็นหน้าต่างโค้ง และเมื่อหันกลับมองบนฝาผนังด้านหน้าของพระประธาน จะเห็น พระบรมสาทิสลักษณ์ของรัชกาลที่ 5 ประดับด้วยกระจกสีที่สั่งเข้ามาจากประเทศอิตาลี มีความสวยงามมาก

พระนิรันตราย พระพุทธรูปประทับนั่งสมาธิเพชร รัชกาลที่ 5 โปรดให้อัญเชิญมาพร้อมกับพระพุทธนฤมลธรรโมภาส เพื่อราษฎรได้เคารพบูชา และเป็นที่ระลึกถึงรัชกาลที่ 4 ผู้ทรงตั้งคณะสงฆ์ฝ่ายธรรมยุติกนิกาย



ด้านหน้ามี พระขอฝน หรือ พระพุทธรูปคันธารราษฎ์ ประดิษฐานอยู่ที่ซุ้มกำแพงแก้วหน้าพระอุโบสถ มีแผ่นศิลาจารึกพระคาถา วิธีบูชา และคำอธิษฐานขอฝนที่ฐานพระพุทธรูป เพื่อให้ราษฎรสวดอธิษฐานขอฝน

ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ที่มุมกำแพงแก้วหน้าพระอุโบสถด้านทิศตะวันตก ซึ่งรัชกาลที่ 5 ทรงปลูกไว้ เป็นต้นโพธิ์ที่ได้ต้นพันธุ์มาจากเมืองพุทธคยาในสมัยรัชกาลที่ 4

พระตำหนักสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ  รัชกาลที่ 5 โปรดให้สร้างพระราชทานให้แก่สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพเมื่อครั้งทรงผนวชและจำพรรษาที่วัดนี้ และในระหว่างที่ทรงจำพรรษาที่วัดนิเวศธรรมประวัติ ทรงพระราชนิพนธ์แบบเรียนภาษาไทย “ตำราเรียนเร็ว” เพื่อทดลองใช้สอนเด็กนักเรียนด้วยหลักสูตรแบบใหม่เป็นครั้งแรก

สวนหิน สวยงามแปลกตา คือสุสานสวนหินดิศกุลอนุสรณ์ ซึ่งเป็นที่บรรจุพระอัฐิของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชนุภาพและอัฐิราชสกุลดิศกุล

 

“ชุมชนเกาะเกิด”
ศูนย์การเรียนรู้ ภูมิปัญญาวิถีไทย
ชุมชนเรียบง่ายริมน้ำเจ้าพระยา




ปิดท้ายเที่ยวกรุงเก่าอยุธยากันที่ชุมชนเรียบง่ายริมน้ำเจ้าพระยา  “ชุมชนดี มีภูมิปัญญา งามสง่าหลวงพ่อดำ ถิ่นวัฒนธรรมล้ำเลิศ ก่อเกิดแลกเปลี่ยนเรียนรู้” นั่นก็คือ ชุมชนเกาะเกิด ชุมชนที่ยังคงมีวิถีชีวิตสงบ เรียบง่าย ชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรดำรงชีวิตตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9

 
ภูมิปัญญาวิถีไทย

ศูนย์การเรียนรู้ “ผลิตภัณฑ์ชุมชนเกาะเกิด”



ชุมชุนเกาะเกิด แห่งนี้ไม่เพียงแต่สงบ เรียบง่าย แต่ยังเต็มไปด้วยรอยยิ้มและการต้อนรับที่แสนอบอุ่น มีศูนย์การเรียนรู้ที่พร้อมถ่ายทอดภูมิปัญญาและทักษะให้แก่ผู้มาเยือน ที่จะได้เรียนรู้ สัมผัสวิถีชีวิตของผู้คนในชุมชนบนความเรียบง่าย และร่วมทำกิจกรรมได้หากต้องการ ฐานการเรียนรู้ใดถ่ายทอดเรื่องการทำขนมหรืออาหาร ก็จะได้ลองลิ้มชิมรสเสน่ห์ปลายจวักของชาวชุมชน โดยเฉพาะการสาธิตการทำขนมไทยที่หารับประทานได้ยาก เช่น ขนมข้าวยาคู ขนมไทยที่เล่าขานกันว่ามีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล องค์ความรู้แห่งภูมิปัญญาจึงถูกถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ขนมข้าวยาคู จึงเป็นขนมเอกลักษณ์ประจำชุมชนที่ได้รับการกล่าวถึงอย่างมาก

 
ขนม-น้ำนมข้าวยาคู

ศูนย์การเรียนรู้การทำขนมไทยหายาก
ขนมเอกลักษณ์ประจำชุมชนเกาะเกิด

น้ำนมข้าวยาคู ทำจากเมล็ดข้าวอ่อน หรือเป็นระยะที่ข้าวตั้งท้องออกรวงเป็นน้ำนม จะมีกลิ่นหอมอ่อน อิ่มท้อง ย่อยง่าย ครบถ้วนด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์ เพิ่มภูมิคุ้มกันในร่างกาย และทำให้ลมในร่างกายเดินสะดวก ล้างลำไส้ ช่วยย่อยอาหาร มีไขมันต่ำ และปราศจากคลอเรสเตอรอล

 
การทำขนมข้าวยาคู

ขนมเอกลักษณ์ประจำชุมชน



  1. ใช้ข้าวอ่อนแช่น้ำ (ข้าวจ้าวพันธุ์หอมมะตูม) ที่กำลังตั้งท้อง อายุ 2-3 เดือน หรือข้าวช่วงก่อนฤดูเก็บเกี่ยว มาตำทั้งรวงผสมกับใบเตยที่หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ จนเมล็ดข้าวแตกออก ได้น้ำข้าวผสมน้ำ แล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง

  2. นำแป้งข้าวจ้าว (แป้งข้าวจ้าวจะช่วยให้หนืดและเหนียวขึ้น) มากรองด้วยผ้าขาวบาง

  3. เมื่อกรองแล้วเทส่วนผสมลงในกระทะใบบัวตั้งไฟอ่อน ใส่น้ำตาลมะพร้าว (หรือใช้น้ำตาลทรายแทนได้) คนให้น้ำตาลละลาย แล้วใช้ไฟกลาง ๆ ในการกวน (กวนไปในทางเดียวกันและระวังอย่าให้ติดกระทะ)

  4. ใช้เวลากวนประมาณ 20 นาที หรือจนกว่าจะเหนียว เมื่อส่วนผสมลงตัวดีแล้วเป็นอันว่าใช้ได้ ตักใส่กระทงใบตองหรือภาชนะที่เตรียมไว้ แล้วราดด้วยกะทิสด ก็พร้อมเสิร์ฟ ถ้ารับประทานกำลังร้อน ๆ จะอร่อยมาก หวานหอมกลมกล่อม


นอกจากนั้นที่บ้านของป้าลำพูนยังมีบริการกายภาพบำบัดด้วยวิถีภูมิปัญญาไทยให้หายจากอาการป่วยได้อีกด้วย



 
ไหว้พระ ชมวัด สมัยอยุธยา

ศูนย์รวมศรัทธาพุทธศาสนิกชน

ชุมชนเกาะเกิด



นักท่องเที่ยวสามารถนั่งรถรางหรือปั่นจักรยานไปไหว้พระขอพร “หลวงพ่อดำ” วัดพยาญาติ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์สมัยอยุธยา สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่ชุมชน ที่ชาวเกาะเกิดเคารพศรัทธาเป็นอย่างมาก เพราะเชื่อว่าขอสิ่งใดจะได้สิ่งนั้น

วัดพยาญาติ หรือชาวบ้านเรียกกันว่า วัดนอก เป็นวัดแรกที่สร้างขึ้นในชุมชนมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ราวพุทธศักราช 2100 ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ภายในวิหารเป็นที่ประดิษฐาน หลวงพ่อดำ (ปากแดง) ซึ่งเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่สมัยอยุธยา

 

วัดเชิงท่า วัดเก่าแก่สมัยอยุธยาเช่นกัน ตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ภายในวัดมีพระพุทธรูปเก่าอายุราว 100 กว่าปี เป็นเนื้อสัมฤทธิ์ ศิลปะขอม ปางห้ามสมุทร สูง 18 นิ้ว กว้าง 5 นิ้ว โดยพบในแม่น้ำเจ้าพระยาหน้าวัดในพุทธศักราช 2557 ซึ่งพระพุทธรูปดังกล่าวมีความคล้ายพระประธานในโบสถ์มาก

ด้านหน้าวัดริมน้ำมีต้นโพธิ์และต้นตะเคียนขนาดใหญ่อายุนับร้อยปีอยู่หลายต้น มีศาลเจ้าแม่ตะเคียนและอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

 
เกาะเกิด โฮมสเตย์ อยุธยา

ที่พักสะอาด บรรยากาศร่มรื่น

อบอุ่น เรียบง่าย สไตล์วิถีชีวิตชุมชน

ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ สัมผัสวิถีชีวิตชุมชน

เรียนรู้ประเพณีและวัฒนธรรม

ชุมชนเกาะเกิด พระนครศรีอยุธยา

 


 
สโลว์ไลฟ์ชีวิต  แบบเรียบง่าย กับ...

กิจกรรมหลากหลาย เช่น

> ใส่บาตรยามเช้าริมแม่น้ำ

> เดินเที่ยวภายในหมู่บ้าน

> ร่วมกิจกรรมในวิถีชีวิตของชุมชน

> เรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นจากกลุ่มต่าง ๆ เช่น การทำยาสมุนไพรไทย การทำขนมไทยพื้นบ้าน ขนมไทยหายาก เช่น ขนมข้าวยาคู ขนมกง สามเกลอ กาละแม หมี่กรอบโบราณ

> กิจกรรมปั่นจักรยานชมชุมชน ไหว้พระ-ชมวัดสมัยอยุธยา “วัดพยาญาติ” และ “วัดเชิงท่า” ศูนย์รวมศรัทธาพุทธสานิกชนชุมชนเกาะเกิด

> กิจกรรมศึกษาธรรมชาติอื่น ๆ เช่น ดูวิถีการทำนา

> การล่องเรือชมวิถีชีวิตของชุมชนลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา

> รำวงกับเยาวชน แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม

> องค์ความรู้ต่าง ๆ ที่ถ่ายทอดให้คนในชุมชน รวมทั้งคนที่มาศึกษาดูงาน

กิจกรรมทางน้ำ

> นั่งเรือชมวิว ชมวิถีชีวิตของชุมชนลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา 2 ริมฝั่ง

> นั่งเรือชมวิถีชาวประมงพื้นบ้าน (การตกกุ้งแม่น้ำ)

กิจกรรมล่องเรือ

> มีทั้งเรือเล็ก เรือใหญ่ ไว้ให้บริการ นอกจากนั้นยังมีรถรางไว้บริการแก่นักท่องเที่ยว

 
กิจกรรมอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

> การล่องเรือท่องแม่น้ำเจ้าพระยาไปยังวัดนิเวศธรรมประวัติ หรือนั่งรถรางไปศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด

 
สินค้า OTOP

ของฝากท้องถิ่น ของกินพื้นบ้าน

ชุมชนเกาะเกิด

 

  • ขนมข้าวยาคู ขนมไทยหากินยาก ขนมเอกลักษณ์ประจำชุมชน

  • ยาสมุนไพรอายุวัฒนะ “ยาเม็ดลูกกลอนสมุนไพร”

  • ผลิตภัณฑ์ปั้นจิ๋ว พร้อมกระจก

  • ขนมกง

  • กาละแม